
ผมคิดว่าการเคลื่อนตัวของจีนในไทยครั้งนี้เป็นการเปิดฉากที่ใหญ่ที่สุดเพราะอาศัยช่องทางการค้าเสรี และเป็น Outlet สำหรับสินค้าจีนในอนาคตอันใกล้เพราะจีนต้องการระบายสินค้าที่จะถ่าโถมลงใต้สู่ตลาดอาเซียน
ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ได้ให้ข้อมูลใน Blog ก่อนหน้านี้ว่ามูลค่า 10,000 ล้านบาท แต่จริงแล้วมันคือ 10,000 ล้านหยวนหรือประมาณ 4.5-5 หมื่นล้านบาท นั่นหมายถึงขนาดของโครงการ จะมีพื้นที่ 7 แสน ตร.ม. หรือเท่ากับสนามฟุตบอล 100 สนาม ใหญ่ที่สุดในอาเซียนตามที่ได้โปรโมท และคาดว่าจะรองอันดับสองใหญ่ที่สุดในโลก
ทั้งนี้หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี ของจีน รายงานวานนี้ (6 ม.ค.) อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาล ว่า จีนจะสร้างเมืองพาณิชย์มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ หรือ 4.5 หมื่นล้านบาท ในไทย ซึ่งจะใช้เป็นศูนย์นำเข้าสินค้าเพื่อส่งออก (รี-เอกซ์ปอร์ต) สินค้าที่ผลิตในจีน โดยเลี่ยงการถูกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราสูง
แหล่งข่าวยังคาดการณ์ว่า จะมีผู้ค้าชาวจีนมากกว่า 70,000 ราย เข้ามาดำเนินกิจการในศูนย์แห่งนี้ ที่น่าจะใช้ชื่อว่า ไชน่า ซิตี้ คอมเพล็กซ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยให้ไม่ต้องเสียภาษีสินค้าที่นำเข้าโดยตรงจากจีน โดยศูนย์การพาณิชย์แห่งนี้ มีลักษณะคล้ายกับตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เหมือนกับศูนย์จำหน่ายสินค้าขนาดเล็กในเมืองอี้อูทางตะวันออกของจีน การก่อสร้างจะเริ่มขึ้นวันที่ 18 ม.ค. และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2556

ขณะที่รายงานข่าวจากประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 10 ได้พาดหัวข่าวไว้ชัดเจนว่าทุนจีนซื้อที่ตระกูลเก่า700ล้าน ผุดศูนย์ส่งออกไชน่าซิตี้บางนา พร้อมให้รายละเอียดเมืองการค้า “อี้อู โมเดล” ว่าเป็นโมเดลเมืองการค้าที่ประสบความสำเร็จของจีนกล่าวคือ ตลาดค้าส่งอี้อู (Yiwu) ตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง ห่างจากเมืองเซี่ยงไฮ้ราว 300 กิโลเมตร ตลาดอี้อูนับเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกที่มีผู้ซื้อเดินทางมาจากทุกมุมโลกเพื่อสั่งซื้อสินค้าจากที่นี่
ข้อมูลจากเว็บไซต์ hiyiwu.cn ระบุว่า ตลาดค้าส่งอี้อู (Yiwu China Commodity City) ประกอบด้วยตลาดหลัก 3 แห่ง เป็นคลัสเตอร์อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ได้แก่ ตลาดการค้าระหว่างประเทศ (International Trade Mart) หรือตลาดฝูเตี้ยน, ตลาดหวงหยวน และตลาดปินหวาง โดยตลาดอี้อูมีพื้นที่รวมกว่า 4.3 ล้านตารางเมตร มีร้านค้ามากกว่า 62,000 ร้าน และมีสินค้าให้เลือกกว่า 1.7 ล้านชนิด และราว 65% ของสินค้าเหล่านี้ส่งออกไปยัง 215 ประเทศทั่วโลก
อย่างไรก็ตามตลาดอี้อูมีลักษณะเป็นศูนย์แสดงสินค้าถาวรมากกว่าจะเป็นตลาดค้าส่งสินค้าแบบดั้งเดิม โดยมีการพัฒนาเรื่องข้อมูล นวัตกรรม รวมถึงศูนย์แสดงสินค้าและกระจายสินค้าสำหรับสินค้าคอนซูเมอร์ มีการพัฒนาด้านไอทีและโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเป็นแหล่งช็อปปิ้งสมัยใหม่ โดยตลาดการค้าระหว่างประเทศหรือฝูเตี้ยน (Futian Market) จัดเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แบ่งเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกมีพื้นที่ภายในอาคาร 340,000 ตารางเมตร จัดจำหน่ายสินค้าเกือบทุกประเภท ที่ผลิตในประเทศจีน ตลาดหวงหยวน (Huangyuan Market) มีพื้นที่ 160,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยร้านค้าจำนวน 16,000 ร้าน ขายสินค้าประเภทเครื่องใช้ในบ้าน ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็ก รองเท้าแตะ เข็มขัด หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ ชุดนอน และตลาดปินหวาง (Binwang Market) ครอบคลุมพื้นที่ใช้สอย 320,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 5 เขตการค้า และศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ มีร้านค้ากว่า 9,000 คูหา
ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ทางด้านการค้าในระดับอาเซียนเลยทีเดียวเพราะการรุกของจีนโดยใช้ไทยเป็น Base ต่อท่อสู่อาเซียนครั้งนี้เป็นหมากแรกที่ไทยจะต้องปรับตัวอย่างมากในการสร้างผู้ประกอบการระดับ SMEs หรือ Micro Enterprisees ให้รู้เท่าทัน และอาศัย Facilities ที่จะสร้างขึ้นให้ทัน แต่ก็ตงิดใจว่า ท่านอลงกรณ์ยังไม่รายงานให้นายกทราบเลย ทำให้นายกฯ ออกมาให้สัมภาษณ์นสพ.คมชัดลึกว่ายังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ครับ
